ริ้วรอยบนใบหน้าถือเป็นสัญลักษณ์แห่งช่วงวัยที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเพราะอายุที่มากขึ้น เกิดจากสภาพผิวที่แห้งเกินไป หรือเกิดจากพฤติกรรมบางอย่าง เช่นการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอลฮอล์ หรือเกิดจากมลพิษเป็นต้น ซึ่งวิธีการแก้ไขก็มีตั้งแต่การทาสกิลแคร์ การใช้เลเซอร์ การทำทรีตเม้น ซึ่งวิธีที่ได้รับการนิยม และเห็นผลชัดเจนที่สุด คือการใช้ Botulinum Toxin หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในชื่อ โบท็อกซ์ โดยในวันนี้หมอจ๋าจะมาสรุปให้ฟังกันค่ะ ว่า Botulinum Toxin คืออะไร และรักษาริ้วรอยได้อย่างไรบ้างค่ะ
Botulinum Toxin คืออะไร ช่วยอะไรได้บ้าง?
ที่ The Demis Clinic เราใช้ Botulinum Toxin ชนิด A ในการรักษาริ้วรอย ซึ่งเราสามารถสรุปง่าย ๆ ด้วยหลัก RRR ว่า Botulinum Toxin ชนิด A คืออะไรและช่วยอะไร ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยค่ะ
R ตัวที่ 1 RELAX
Botulinum Toxin ชนิด A มีกลไกในการยับยั้งสารสื่อประสาทที่ส่งมายังกล้ามเนื้อในบริเวณต่าง ๆ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัว จึงทำให้ริ้วรอยจางลง โดยส่วนใหญ่แล้วจะใช้รักษาริ้วรอยบริเวณ หว่างคิ้ว, หางตา, หน้าผาก, ริ้วรอยบริเวณคอ, ลดขนาดกรามและน่องได้นั่นเองค่ะ
R ตัวที่ 2 REJUVINATION
เมื่อเราฉีด Botulinum Toxin ชนิด A เข้าสู่ชั้นหนังแท้แล้ว จะทำให้ผิวหนังเกิดการหดตัวและกระตุ้นการสร้าง Collagen ผลที่ตามมาคือผิวดูยกกระชับขึ้น มีความเรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ผิวตึง อ่อนเยาว์ ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวยิ่งขึ้น กรอบหน้าชัด คอตึงดูยาวระหง
R ตัวที่ 3 REDUCE
Botulinum Toxin ชนิด A สามารถช่วยในการยับยั้งต่อมเหงื่อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เช่น รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า
เราควรดูแลตัวเองอย่างไรก่อนการฉีด Botulinum Toxin ชนิด A
1.ผู้ที่ทานยาลดการแข็งตัวของเลือด ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ควรแจ้งแพทย์ก่อนการรักษา
2.ไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis)
3.ไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
4.ปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น
5.เลือกสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือและได้มาตรฐาน
ขอปฏิบัติการฉีด Botulinum Toxin ชนิด A
1.หลังฉีดทันที1-2ชม.ควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเพื่อการกระจายตัวของยาที่ดีขึ้น
2.งดนอนราบ 3 – 4 ชั่วโมงหลังทำการฉีด
3.ห้ามนวดหน้า 1 สัปดาห์ สามารถล้างหน้าและทาครีมบำรุงได้ตามปกติ แต่ห้ามนวด
4.เลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด ได้แก่ การทำเลเซอร์ อบซาวน่า เป็นต้น
5.งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ประมาณ 7 วัน
บทความโดย
พญ.ฐานวีร์ สุพรรณพงศ์ (หมอจ๋า)

